สืบเนื่องจากวันประชุมประจำปี สจว.103 เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา น้าต๋อยเรืองเวชฯ บอกว่า การสังสรรค์ที่ผ่านๆมามันไกลที่ทำงานไปหน่อย ไปร่วมไม่ได้เพราะไม่สะดวก ให้มาสังสรรค์กันแถวสีลมมั่งสิจะได้ไปร่วมด้วย ดังนั้นเมื่อน้าต๋อยรีเควสมามีหรือที่พวกเราชาวคณะจะจัดให้ไม่ได้ ดังนั้นเสธ.ปริ๊นซ์ ซึ่งมักจะไปร่วมงานที่ไม่เป็นทางการอยู่เสมอ แต่พองานเป็นทางการมักจะไม่ไป (อันนี้โดนเจ๊ติ๋ม ช.ช. เค้าต่อว่ามา) จึงได้ดำเนินการประสานงานรวบรวมเพื่อนๆ ได้ประมาณ 15 คน เพื่อจะไปบุกย่านสีลมในมื้อเที่ยงวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม ณ ร้านเนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่นชื่อ “มิรากุ” มีที่ตั้งอยู่ชั้น 2 อาคารธนิยะพลาซา เพื่อมาสัมผัสบรรยากาศปิ้งย่างแกล้มเหล้าสาเกสไตล์ญี่ปุ่นตามคำท้า..เอ๊ย..คำเชิญของน้าต๋อยต่อไป แต่เมื่อถึงวันจริงปรากฎว่าไปกันเพียง 5 คน รวมน้าต๋อยด้วยเป็น 6 คน ทั้งนี้เพราะหลายๆคนที่นัดไว้ติดงาน เช่น หมอเต้ติดงานกีฬาสี....(ส่วนจะเป็นสีอะไรนั้นไปถามหมอเต้เอาเอง) บางคนก็ไม่มีคนเฝ้าร้านเช่นหมอเต๋ง บางคนก็กลัวหลงไม่กล้าขึ้นรถไฟฟ้าเช่นพี่หมู บ้างก็ติดประชุมเช่นพี่เปี๊ยกและท่านรองเอ๊ด ติดทานข้าวกับเจ้านายพอดี๊พอดีเช่นท่านรองต๋อยสานิตย์ เพลียไปไม่ไหวเช่นพี่นู๋นา ฯลฯ แต่ที่น่าสงสารที่สุดน่าจะเป็นเจ๊แพน ซึ่งอยากมาร่วมใจแทบขาดแต่ดันป่วยกระเพาะเป็นแผล ทานได้แต่ข้าวต้มกับผัก ก็เลยจำใจต้องอดมื้ออร่อยมื้อนี้ไป....เฮ้อ....
การสังสรรค์ในวันนี้มีรูปแบบใหม่ๆ ต่างจากครั้งก่อนๆ ที่ทำให้พวกเราสนุกสนานกันแบบ “ลดวัยลืมวัน” ซึ่งคนที่ผ่านไปผ่านมาเห็นพวกเราเข้าก็คงจะแปลกใจว่า “พวกลุงๆ ป้าๆ เค้าทำกันได้ยังไงเนี่ย..ยยย” โดยเริ่มจากการนัดกันเดินทางไปสีลมโดยรถไฟฟ้า (ทำเป็นเล่นไป ป้าตู่ไม่เคยขึ้นนะจะบอกให้ ส่วนคนอื่นนอกจากเจ๊ตุ๊เคยขึ้นคนละครั้งสองครั้งเอง) ถ่ายรูป คุยหัวร่อต่อระซิกกันเสียงดังลั่น ถ่ายรูป ปิ้งย่าง ถ่ายรูป ชนแก้ว ถ่ายรูป ทานไอสครีม ถ่ายรูป เดินชมเมือง ถ่ายรูป ฯลฯ ถ่ายรูป (พวกเรากะว่าภายในปีนี้ สจว.103 จะต้องมีรูปถึงหนึ่งแสนรูปแน่ๆ) โดยมีโอกาสพิเศษอีกสองเรื่อง คือเลี้ยงฉลองหมอหนิงเป็นประธานชมรมข้าวต้มหรรษาคนใหม่แทนเจ๊แพน (ซึ่งตอนนี้ขาดสมรรภภาพการกิน เลยไม่สามารถทำหน้าที่ประธานได้) เนื่องจากช่วงนี้เราจะทานอาหารหลากหลาย มิได้จำกัดแต่ข้าวต้มรอบดึกเหมือนเมื่อก่อน ท่านประธานคนใหม่ก็เลยขอเปลี่ยนชื่อชมรมเป็น “ T.K. Club” ซึ่งย่อมาจาก “Taklatakram Club” (ชมรม ตะกละตะกราม) นั่นเอง อีกโอกาสหนึ่งคือเนื่องจากท่านรองอำนาจเกิดวันที่ 29 กุมภาพันธ์ จำต้องรออีกสามปีจึงจะได้ฉลองวันเกิด เจ๊ตุ๊หัวใสก็เลยต่อรองกับร้านไอสครีมบาสกินรอบบิ้น ได้ไอสครีมวันเกิดฟรีมาให้พี่อำนาจอีกหนึ่งถ้วย แต่โดนเพื่อนๆแย่งทานเกือบหมด กล่าวคือ ป้าตู่ยึดกล้วยกับเชอรี่ หมอหนิงโซ้ยวิปครีม เจ๊ตุ๊กับเสธ.ปริ๊นซ์ซัดไอติม ส่วนพี่อำนาจเจ้าของวันเกิดได้ทานเพียงแค่บิสกิตอันเดียว (อันที่หมอหนิงป้อนให้ตามภาพนั่นแหละ)
สำหรับบรรยากาศในวันนี้นั้น หมอหนิงบอกว่าพวกเราทำตัวกันเหมือนเด็กๆ หนีเที่ยวเลย ซึ่งเสธ.ปริ๊นซ์ให้ความเห็นว่าพวกเราตอนเด็กๆ ไม่เคยหนีเที่ยวกันเพราะนึกถึงอนาคต แต่ตอนนี้ไม่มีอนาคตแล้วก็เลยหนีเที่ยวกันไง (ล้อเล่นน่ะ ที่จริงล้วนมีความมั่นคงในชีวิตกันแล้วทั้งนั้นก็เลยกินเที่ยวกันอย่างสบายใจต่างหากครับ) เจ๊ตุ๊ทำหน้าที่ช่างภาพ พี่อำนาจทำหน้าที่บริการทั่วไป ส่วนป้าตู่ตอนแรกๆก็สนุกสนานดีแต่ตอนหลังๆ หมดสภาพเอาแต่หอบแฮ่กๆ ไม่พูดไม่จากับใคร เนื่องจากสถานีรถไฟฟ้าส่วนใหญ่ไม่มีบันไดเลื่อนให้ สำหรับความสุขสนุกสนานในวันนี้ถ้าจะให้เล่าก็คงเล่ากันไม่หวาดไม่ไหว เอาเป็นว่าสนุกม๊าก...กกกก...มาก..กกกก เสียดายแทนคนที่ไม่ได้ไปด้วยจัง ยังไงก็เชิญชมภาพบางส่วนที่จัดมาให้ชมกันดูก็แล้วกันนะครับ