| ข้อ ๔.สมาชิกของชมรมมี ๒ ประเภท คือ |
| ๔.๑ สมาชิกสามัญ ได้แก่ นักศึกษาหลักสูตร การปฏิบัติการจิตวิทยาฝ่ายอำนวยการ รุ่นที่ 103 |
| ๔.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ทรงเกียรติ หรือทรงคุณวุฒิ หรือผู้มีอุปการคุณแก่ชมรม ซึ่งคณะกรรมการบริหารชมรมลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของชมรม |
| ข้อ ๕.ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงชมรม |
| ๕.๑ สมาชิกสามัญ จะต้องเสียค่าบำรุงเป็นรายปี ๆ ละ ๕๐๐ บาท |
| ๕.๒ สมาชิกกิตติมศักดิ์ มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงชมรมแต่อย่างใดทั้งสิ้น |
| ข้อ ๖.สมาชิก ต้องชำระเงิน ค่าบำรุงชมรมให้เสร็จภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขานุการ คณะกรรมการบริหาร |
| ข้อ ๗.สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการ บริหารชมรมได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของชมรม ได้มาถึงยังชมรม |
| ข้อ ๘.ศิษย์เก่า สจว. ๑๐๓ ทุกคนถือเป็นสมาชิกชมรม |
| ข้อ ๙.สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก |
| ๙.๑ มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของชมรมต่อคณะกรรมการบริหารชมรม |
| ๙.๒ มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่ชมรมได้จัดให้มีขึ้น |
| ๙.๓ สมาชิกสามัญมีสิทธิเข้าร่วมประชุมของชมรมในฐานะกรรมการและมีสิทธิออกเสียงลงมติ ต่าง ๆ ในที่ประชุมกรรมการ ได้คนละ ๑ คะแนนเสียง |
| ๙.๔ สมาชิกสามัญมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหารชมรม |
| ๙.๕ มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารชมรม เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของชมรม |
| ๙.๖ มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกจำนวน ไม่น้อยกว่า ๑๕ คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารชมรมให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้ |
| ๙.๗ มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของชมรม |
| ๙.๘ มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของชมรม |
| ๙.๙ มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจการต่างๆ ของชมรม |
| ๙.๑๐ มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่ชมรมได้จัดให้มีขึ้น |
| ๙.๑๑ มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของชมรมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย |
หมวดที่ ๓ การดำเนินกิจการชมรม |
| ข้อ ๑๐.ให้มีคณะกรรมการบริหารชมรมคณะหนึ่ง ทำหน้าที่บริหารกิจการของชมรม มีจำนวน ๑๓ คน และให้หัวหน้านักศึกษาและรองหัวหน้านักศึกษาหลักสูตรการปฏิบัติการจิตวิทยาฝ่ายอำนวยการ รุ่นที่ ๑๐๓ เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารชมรม ให้ประธานศิษย์เก่าสถาบันจิตวิทยาความมั่นคง หลักสูตรการปฏิบัติการจิตวิทยาฝ่ายอำนวยการ รุ่นที่ ๑๐๓ เป็นประธานกรรมการบริหารชมรม สำหรับตำแหน่งกรรมการบริหารชมรมในตำแหน่งอื่นๆ ให้ประธานบริหารชมรม เป็นผู้แต่งตั้งตามที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งตำแหน่งของกรรมการบริหารชมรมมีตำแหน่งและให้มีหน้าที่โดยสังเขปดังต่อไปนี้ |
| ๑๐.๑ ประธาน ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของชมรม เป็นคณะกรรมการของสมาคมจิตวิทยาความมั่นคง เป็นผู้แทนชมรมในการติดต่อกับบุคคลภายนอกและทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการและการประชุมใหญ่ของชมรม |
| ๑๐.๒ รองประธาน ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยประธานกรรมการบริหารชมรมในการบริหารกิจการชมรม ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ประธานกรรมการบริหารชมรมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทนประธานกรรมการบริหารชมรมเมื่อประธานกรรมการบริหารชมรมไม่อยู่หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนประธานกรรมการบริหารชมรม ให้รองประธานกรรมการบริหารตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน |
| ๑๐.๓ เลขานุการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของชมรมทั้งหมดและปฏิบัติตามคำสั่งของประธาน กรรมการบริหารชมรม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่างๆ ของชมรม |
| ๑๐.๔ เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของชมรม เป็นผู้จัดทำบัญชี รายรับ รายจ่ายบัญชี งบดุลของชมรม และเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของชมรมไว้เพื่อตรวจสอบ |
| ๑๐.๕ ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของชมรมให้สมาชิก และบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย |
| ๑๐.๖ กิจกรรมและสันทนาการ มีหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมและสันทนาการสำหรับสมาชิก หรือร่วมกิจกรรมกับสถาบันจิตวิทยาความมั่นคง รวมทั้งกิจกรรมสำหรับสังคม |
| ๑๐.๗ จัดหารายได้ มีหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินการหารายได้ให้กับชมรม |
| ๑๐.๘ ประสานงาน มีหน้าที่เกี่ยวกับการประสานงานระหว่างสมาชิก กับสถาบันจิตวิทยาความมั่นคง และหน่วยงานอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินกิจการของชมรม |
| ข้อ ๑๑.ประธานและคณะกรรมการบริหารของชมรมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ ๒ ปี |
| ข้อ ๑๒. ตำแหน่งกรรมการบริหารชมรม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการบริหารแต่งตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งแทน อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น |
| ข้อ ๑๓.กรรมการบริหารอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ |
| ๑๓.๑ ตาย |
| ๑๓.๒ ลาออก |
| ๑๓.๓ ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง |
| ข้อ ๑๔.กรรมการบริหารชมรมที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริหารชมรมให้ยื่นใบลาออกเป็น ลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการบริหารชมรม และให้พ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการบริหารชมรมมีมติให้ออก และต้องแจ้งให้สมาชิกชมรมทราบด้วย |
| ข้อ ๑๕.อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารชมรม |
| ๑๕.๑ มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้องไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้ |
| ๑๕.๒ มีอำนาจแต่งตั้งที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่ที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการบริหารชมรมที่แต่งตั้ง |
| ๑๕.๓ มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ |
| ๑๕.๔ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่น ๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ |
| ๑๕.๕ มีอำนาจบริหารกิจการของชมรม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ |
| ๑๕.๖ มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของชมรม |
| ๑๕.๗ มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวน ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ |
| ๑๕.๘ มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน ทรัพย์สินและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของชมรมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้เมื่อสมาชิกร้องขอ |
| ๑๕.๙ จัดทำบันทึกการประชุมต่าง ๆ ของชมรม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกได้รับทราบ |
| ๑๕.๑๐ มีหน้าที่อื่นๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ |
หมวดที่ ๔ การประชุม |
| ข้อ ๑๖.คณะกรรมการจะต้องประชุมกัน ไม่น้อยกว่า ๒ ครั้งต่อปี ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของชมรม |
| ข้อ ๑๗.การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมการประชุมอย่างน้อย ๑๐ คน โดยต้องเป็นกรรมการบริหารชมรมไม่ น้อยกว่า ๕ คนจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่าง อื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด |
| ข้อ ๑๘.ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการบริหารชมรมและรองประธานกรรมการบริหารชมรมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น |
| ข้อ ๑๙.การประชุมใหญ่ของชมรมมี ๒ ชนิด คือ |
| ๑๙.๑ ประชุมใหญ่สามัญประจำปี |
| ๑๙.๒ ประชุมใหญ่วิสามัญ |
| ข้อ ๒๐.คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆ ละ ๑ ครั้ง ภายในเดือนตุลาคม ของ ทุกๆ ปี |
| ๒๑.การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้นด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกจำนวน ไม่น้อยกว่า ๑๕ คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารชมรมให้จัดให้มีขึ้น |
| ข้อ ๒๒.การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบและ การแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน โดยจะต้องแจ้งให้ สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน |
| ข้อ ๒๓. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้ ประชุมไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ หรือจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๕ คน ของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุม ยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการบริหารของชมรมพิจารณาเห็นชอบตามสมควรมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด |
| ๒๓.๑ แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี |
| ๒๓.๒ แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ |
| ๒๓.๓ พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ เมื่อครบกำหนดวาระ |
| ๒๓.๔ เรื่องอื่นๆ ถ้ามี |
| ข้อ ๒๔ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วม |
| ข้อ ๒๕. การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้าง |
| ข้อ ๒๖.ในการประชุมใหญ่ของชมรม ถ้าประธานกรรมการบริหารชมรม และรองประธานกรรมการบริหาร ชมรมไม่มาร่วมประชุม หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการ ที่มาร่วมประชุมคนใดคนหนึ่ง ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น |
หมวดที่ ๕ การเงินและทรัพย์สิน |
| ข้อ ๒๗.การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารชมรม เงินสดของ ชมรม ถ้ามีให้นำฝากไว้ในธนาคารฯโดยมีคณะกรรมการบริหารชมรมร่วมเปิดบัญชีจำนวน ๕ คน |
| ข้อ ๒๘.การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คหรือเบิกจ่ายเงินของชมรมจากธนาคาร จะต้องมีลายมือชื่อของ คณะกรรมการบริหารชมรมลงนามร่วมกันไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๕ ซึ่งจะต้องเป็นลายมือชื่อประธานกรรมการบริหารชมรม และ/หรือ เหรัญญิกลงนามร่วมด้วยจึงจะถือว่าใช้ได้ |
| ข้อ ๒๙.ให้ประธานกรรมการบริหารชมรม มีอำนาจสั่งจ่ายเงินของชมรม ได้ครั้งละ ไม่เกิน๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร |
| ข้อ ๓๐.เหรัญญิก จะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ การรับหรือ จ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของประธานกรรมการบริหารชมรมหรือ ผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน |
หมวดที่ ๖ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับชมรม |
| ข้อ ๓๑.ข้อบังคับชมรมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ หรือจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๕ คน ของสมาชิกสามัญทั้งหมด แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการของชมรม พิจารณาเห็นชอบตามสมควร มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด |
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ลงชื่อ นายอภิชาติ พัชรภิญโญพงศ์ ประธานชมรม |